Mon
9
Feb
2015

บทบาทของศาสนาที่ต่อสังคมไทยและเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ


ศาสนาเป็นสิ่งสร้างสรรค์สังคม เป็นเรื่องความเชื่อ ศาสนาโดยทั่วไปแล้วถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบสังคมวัฒนธรรมที่แยกจากกันไม่ได้ หากสังคมใดขาดศาสนาหรือศาสนาขัดแย้งกัน ทำให้ศาสนาเดือดร้อนวุ่นวายทำให้สังคมนั้นไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ศาสนามีหน้าที่ต่อสังคมหลายประการ ได้แก่
1. ในด้านจริยธรรม ศาสนาเป็นวัฒนธรรมทางด้านจิตใจ ก่อให้เกิดความเชื่อในคุณค่า ช่วยให้บุคคลมีหลัก มีศีลธรรม ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบอันดีงาม คำว่าจริยธรรม มาจากคำว่า จริยะ แปลว่า ความประพฤติ กิริยาที่ควรประพฤติ ธรรม แปลว่า คุณความดี คำสั่งสอนในศาสนา หลักปฏิบัติในทางศาสนา ความจริง ความยุติธรรม ความถูกต้อง กฎเกณฑ์ เมื่อนำมารวมกับคำว่า จริยะ มาต่อกันคำว่า ธรรมะ เป็นจริยธรรม หมายความว่า กฎเกณฑ์แห่งความประพฤติ หรือหลักความจริงที่เป็นแนวทางแห่งความประพฤติปฏิบัติ
คำสอนของพระพุทธเจ้าที่เรียกว่า ธรรมนั้น แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
– ประเภทที่ควรบำเพ็ญ ควรนำมาปฏิบัติให้เกิดขึ้นในตน เพื่อปรับปรุงตนให้เป็นคนดี เรียกว่ากุศลกรรม
– ประเภทที่ควรละเว้น ไม่ควรนำมาประพฤติปฏิบัติ เพราะเป็นธรรมที่ทำให้เป็นสิ่งไม่ดีเรียกว่า อกุศลกรรม
– ประเภทที่จัดเป็นกุศลหรืออกุศลไม่ได้ เป็นสิ่งที่ควรศึกษาให้รู้ไว้ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องละเว้นหรือต้องบำเพ็ญ เรียกว่า อัพยากตธรรม

2. ในด้านความเชื่อ ศาสนาเน้นเรื่องความเชื่อ เชื่อในอำนาจลี้ลับ โดยต้องใช้วิจารณญาณไม่งมงาย และมอมเมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเวทมนต์คาถา เพราะเชื่อกันว่าความเชื่อและการปฏิบัติในทางเวทมนต์คาถาทำให้มนุษย์สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม สถานการณ์บางอย่างได้เป็นสิ่งที่ให้ความหวัง ให้ความเชื่อมั่นและให้การบำรุงขวัญแก่มนุษย์
บทบาทของศาสนาที่มีต่อเศรษฐกิจ
ศาสนามีผลต่อเศรษฐกิจเพราะกิจกรรมทางศาสนามีส่วนแบ่งปันความมั่งคั่งต่อสังคมอยู่ในเกณฑ์สูง เพราะศาสนาเป็นมาตรการหลักที่ช่วยพิจารณาได้ว่ายิ่งความเจริญให้ด้านจิตใจหรือการมีศีลธรรม ครองใจของบุคคลมีมากเพียงใด ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพราะคนทุกคนมักมีความโลภด้วยกันทั้งนั้น
บทบาทของศาสนาที่มีต่อการเมือง
ศาสนาที่มีบทบาทต่อการเมืองการปกครองปัจจุบันนี้ ก็คือการสอนให้คนเป็นคนดี มีจิตใจที่ดี ไม่ให้ละเมิดกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ ที่จะทำให้เดือดร้อน ทำให้ผู้ปกครองตั้งอยู่ในธรรมไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่ตั้งมั่นอยู่ในธรรมที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ก็จะทำให้ผู้นั้นเป็นคนดี และยังทำให้ผู้น้อยกับผู้ใหญ่มีสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันไม่มีความถือตัว ไม่เย่อยิ่ง ทำให้คนมีอัธยาศัยที่ดีต่อกัน ทำให้บ้านเมืองมีแต่ความสุข หลักธรรมสำหรับนักปกครองหรือผู้บริหาร ได้แก่ พรหมวิหารธรรม 4 สังคหวัตถุ 4 อธิปไตย 3 อปริหานิยธรรม 7 และทศพิธราชธรรม 10 เป็นต้น

Mon
19
Jan
2015

ความสัมพันธ์ระหว่างศาสนากับการดำเนินชีวิตของคนไทย


ศาสนาเป็นสิ่งที่มีมาช้านาน ในระยะแรกศาสนาเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อขจัดความหวาดกลัวสิ่งต่างๆ ที่ล้อมรอบตัวของมนุษย์ คิดว่าปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นมาจากการกระทำของผู้มีฤทธิ์มากกว่าตน เมื่อมนุษย์เริ่มเรียนรู้ธรรมชาติมากขึ้นและเกิดเป็นศาสนาที่มีเหตุผลเข้ามาเป็นแบบแผนและเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ความเชื่อศรัทธาในกิจกรรมหรือพิธีกรรมต่างๆ ของแต่ละศาสนาก็กลายมาเป็นประเพณี วัฒนธรรมที่ทำสืบต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน

ศาสนาทุกศาสนา จะเป็นที่พึ่งทางใจของมนุษย์ มีหลักธรรมคำสั่งสอนที่มุ่งหมายสั่งสอนให้คนที่เป็นสมาชิกในสังคมเป็นคนดี มีคุณธรรมมีเหตุผลและศรัทธาในความถูกต้อง มีพิธีกรรมและเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นศาสนานั้นๆ บุคคลไม่ว่าจะอยู่ในฐานะ บทบาทใดจะต้องยึดหลักธรรมในการดำเนินชีวิต เพราะธรรมหรือหลักคำสอนจะช่วยแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆได้ อีกทั้งจะทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

สำหรับคนไทยแล้ว ศาสนาเป็นสถาบันสำคัญของสังคมไทยโดยยอมรับศาสนาพุทธ เป็นศาสนาสำคัญประจำชาติและเปิดโอกาสให้บุคคลนับถือศาสนาต่างๆได้โดยอิสระ ยอมให้ศาสนาสำคัญทั้งปวงตั้งอยู่ในประเทศไทยได้ เช่นศาสนาคริสต์ อิสลาม พราหมณ์ อินดู เป็นต้น แต่ศาสนาพุทธเป็นจุดรวมจิตใจของคนไทยส่วนใหญ่ จึงได้ยึดหลักธรรมมาเป็นพื้นฐานของชีวิตเพื่อที่จะนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศด้วย นอกจากศาสนาพุทธแล้ว ยังนำสิ่งที่มีคุณค่าของศาสนาอื่นมาผสมผสานกับหลักของศาสนาพุทธด้วย เช่น พิธีกรรมของพราหมณ์ในการตั้งศาลพระภูมิ การขึ้นบ้านใหม่ การเข้าร่วมทำกิจกรรมกับศาสนาอื่น โดยไม่ถือว่าเป็นการเสื่อมเสียหรือเป็นบาป ยอมรับการแต่งงานกับคนต่างศาสนาได้ไม่เป็นอุปสรรคต่อการอยู่ร่วมกันของครอบครัว และยังให้การคุ้มครองป้องกันศาสนาและลัทธิความเชื่อทั้งหลายที่ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน

หลักธรรมกับการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ศาสนาเป็นเรื่องของจิตใจและอารมณ์ สามารถจูงใจและผูกใจคนไว้ได้อย่างแน่นแฟ้น มนุษย์จะนำศาสนาที่คนนับถือติดตัวไปปฏิบัติหรือเผยแพร่ในที่ใหม่ ศาสนาไม่ใช่ของที่อยู่กับที่แต่จะอยู่ตรงที่หนึ่งที่ใดก็ต่อเมื่อมนุษย์ยังไม่อพยพไปไหน บุคคลที่เกิดมาในศาสนาใดก็จะนับถือศาสนานั้น และมีความประพฤติคล้ายกับบุคคลที่นับถือศาสนานั้นๆ เช่น เด็กฝรั่งที่ถูกเลี้ยงแบบไทยและให้นับถือศาสนาพุทธ ก็จะมีพฤติกรรมและความคิดอ่านไปในแบบไทยๆ เป็นต้น ศาสนาจึงมีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ของคนในสังคม โดยเฉพาะหลักธรรมที่เป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินชีวิตซึ่งทุกศาสนามีความสอดคล้องกัน โดยการยึดมั่นในการทำความดี ความสอดคล้องกันของหลักธรรมของแต่ละศาสนาทำให้บุคคลเข้าใจกัน อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติสุข

Mon
8
Dec
2014

ศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจนำมาเป็นที่พึ่งและสร้างความมั่นใจในการดำเนินชีวิต


ศาสนาทุกศาสนาต่างมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของคนเรา เพราะถือเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นรากฐานที่ก่อให้เกิดวัฒนธรรมและประเพณีที่ดีงามต่างๆ สำหรับพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่คนไทยส่วนใหญ่นับถือ และมีอิทธิพลต่อการดำรงชีวิตของคนไทย โดยผสมผสานอยู่ในกิจกรรมต่างๆจนก่อให้เกิดเป็นวัฒนธรรมและประเพณีที่สืบทอดต่อกันมา ความสำคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะเป็นศาสนาประจำชาติ ในประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชนชาติไทยนับตั้งแต่สมัยที่ชนชาติไทยมีประวัติศาสตร์อันชัดเจน ชาวไทยได้นับถือพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่องตลอดมา จนกล่าวได้ว่าประวัติศาสตร์ของประเทศเป็นประวัติศาสตร์ของชนชาติที่นับถือพระพุทธศาสนา

ในด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนไทยได้ผูกพันประสานกลมกลืนกับหลักความเชื่อและหลักปฏิบัติในพระพุทธศาสนาตลอดระยะเวลายาวนาน ชาวไทยทั้งประเทศตั้งแต่พระมหากษัตริย์ ลงมาจนถึงผู้ชายชาวบ้านสามัญชนทั้งหลาย ได้บวชเรียนรับการศึกษาจากสถาบันพระพุทธศาสนา กิจกรรมใหญ่ที่มีความสำคัญของรัฐของชุมชนล้วนแต่มีส่วนประกอบด้านพระพุทธศาสนาเป็นพิธีการ เพื่อเน้นย้ำความสำคัญ และเสริมคุณค่าทางจิตใจ จากความสำคัญของพระพุทธศาสนาในฐานะศาสนาประจำชาติ มีเหตุผลพอที่จะประมวลได้ดังนี้
1. พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาของประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ พลเมืองที่นับถือ พระพุทธศาสนา ประมาณร้อยละ 95 หรือพูดได้ว่าคนไทยส่วนใหญ่เป็นผู้นับถือพระพุทธศาสนา
2. พระพุทธศาสนาเป็นแกนนำและเป็นรากฐานสำคัญของวัฒนธรรมไทย วิถีชีวิตของ คนไทยผูกพันอยู่อย่างแนบแน่นกับพระพุทธศาสนา หลักธรรมความประพฤติปฏิบัติ การดำเนิน ชีวิต และกิจกรรมต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนา ได้หล่อหลอมชีวิตจิตใจและลักษณะนิสัยของคนไทย ให้เป็นผู้มีจิตใจกว้างขวาง และร่าเริงแจ่มใส เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่แสดงความเป็นมิตร ประเพณีและพิธีการต่าง ๆ ในวงจรชีวิตของแต่ละบุคคลในสังคมล้วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาโดยตลอด
3. พระพุทธศาสนาเป็นศูนย์รวมจิตใจทำให้เกิดความสามัคคีในหมู่ชนชาวไทย คนที่ จะอยู่ร่วมกันได้ดีมีความพร้อมเพรียงต่อเมื่อมีหลักความเชื่อหรือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างหนึ่งอย่างเดียวกัน เป็นเหมือนแกนหรือสายเชือกที่ร้อยประสานกันไว้ หลักความเชื่อหรือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจทั้งหลายนั้น กล่าวได้ว่า ศาสนาเป็นหลักความเชื่อที่มีกำลังมากที่สุด และเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจที่เหนียวแน่นลึกซึ้งที่สุด ประเทศใดประชาชนทั้งหมดหรือคนส่วนใหญ่นับถือศาสนาเดียวกันก็ต้องนับว่าประเทศชาตินั้นมีโชคดีอย่างยิ่งที่จะไม่ต้องประสบความยากลำบากในการที่จะทำให้ประชาชนมีจิตใจประสานรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และมั่นใจได้ว่าจะสามารถสร้างเสริมความพร้อมเพรียงสามัคคีขึ้นได้โดยง่าย
4. พระพุทธศาสนาเป็นสถาบันคู่ชาติไทย ชนชาติไทยได้นับถือพระพุทธศาสนาสืบต่อ กันมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน กิจการและเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ มากมายในบ้านเมือง เรื่องราวพระพุทธศาสนาเกี่ยวข้องกับวัด ในยุคปัจจุบันก็ยังมีคำขวัญที่ถือกันต่อ ๆ มาว่า ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อันเป็นความหมายที่แสดงโดยสีทั้งสามของไตรรงค์ซึ่งเป็นธงชาติไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหลักของประเทศ

Mon
17
Nov
2014

บทบาทของศาสนาที่มีผลต่อสังคมเศรษฐกิจและการเมืองมาโดยตลอด


การศึกษาวิวัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครองของสังคมโลก จะต้องเริ่มศึกษาตั้งแต่มีมนุษย์เกิดขึ้นในโลก โดยอาศัยจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์  อาทิ เครื่องมือ เครื่องใช้โบราณสถานโบราณวัตถุและหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่ถูกค้นพบ ทำให้เราสามารถทำความเข้าใจถึงรูปแบบการดำเนินชีวิต  กฎระเบียบ ความเชื่อ ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชุมชน

พุทธศาสนามีบทบาทต่อสังคมเศรษฐกิจและการเมืองมาโดยตลอด ในขณะเดียวกันก็ได้รับผลกระทบจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลด้วยเช่นกัน กล่าวคือ พุทธศาสนาเป็นสถาบันสังคมที่เอื้ออำนวยให้สังคมดำรงอยู่อย่างเป็นปึกแผ่นมั่นคงมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ในทำนองเดียวกันสังคมได้อุปถัมภ์และส่งเสริมให้ศาสนามีความเจริญ และเป็นที่ยอมรับนับถืออย่างกว้างขวาง มีวัดและพระสงฆ์ทำหน้าสนับสนุนการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรมและค่านิยม ให้ตอบสนองวัตถุประสงค์ของสังคมและให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ดังที่สมบูรณ์ สุขสำราญ ได้กล่าวว่า วัดได้ทำหน้าที่ต่อสังคมไทยในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้
1. เป็นสถานศึกษา ซึ่งชาวบ้านส่งลูกหลานมารับการฝึกอบรมทางศีลธรรมหรือมารับใช้พระ เป็นการเล่าเรียนวิชาความรู้ต่าง ๆ ทางอ้อมจากระได้ทุกเวลาและโอกาส
2. เป็นสถานสงเคราะห์ เป็นที่พักของคนเดินทางและสำหรับคนยากจนได้มาอยู่อาศัย เป็นที่ปรึกษาแก้ปัญหาชีวิตครอบครัวและความทุกข์ต่าง ๆ และช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทของชาวบ้า รวมทั้งช่วยรักษาผู้เจ็บป่วยตามความรู้ของพระในขณะนั้น
3. เป็นศูนย์กลางของชุมชน ที่ชาวบ้านมาพบประสังสรรค์ทำกิจกรรมและพิธีกรรมต่าง ๆ รวมทั้งชาวบ้านจะหาความบันเทิงในงานเทศกาลและการมหรสพต่าง ๆ ที่วัดได้

วัดเป็นศูนย์ลางซึ่งรวมจิตใจประชาชนในด้านความเคารพเชื่อถือ และการร่วมมือซึ่งกันและกัน นับตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงคนธรรมดาสามัญ โดยมีพระสงฆ์ทำหน้าที่และมีบทบาทสำคัญ นอกจากนี้พุทธศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจทำให้มีความสามัคคี สามารถรวมตัวเป็นสังคมที่มีความมั่นคง เป็นระเบียบเรียบร้อยและมีความเป็นปึกแผ่นได้จนตราบเท่าทุกวันนี้

Sat
18
Oct
2014

การเมืองและศาสนามีผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ

คนไทยเริ่มมีความมั่นใจต่อเศรษฐกิจและแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลมากขึ้น หรืออาจกล่าวได้ว่า ความไม่มั่นใจได้ผ่อนคลายลง แม้จะยังคงมีพฤติกรรมการกำกับดูแลการใช้จ่าย และประหยัดอยู่ โดยเฉพาะสินค้าด้านอุปโภคบริโภคที่ฟุ่มเฟือย

คนไทยมั่นใจเศรษฐกิจมากขึ้น! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อถามถึงความมั่นใจ โดยให้ประเมินสภาพทางการเงินของตนเทียบกับปีที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร สรุปได้ว่า คนไทยคิดว่าฐานะทางการเงินของตนดีกว่าปีที่แล้วอย่างชัดเจน ในทางกลับกัน คนที่คิดว่าสภาพทางการเงินของตนแย่กว่าปีที่แล้วก็ลดลง และที่น่าสังเกตคือ คนไทยมีความกังวลต่อเศรษฐกิจลดลง! กล่าวคือผลสำรวจชี้ว่า คนไทยมีความเชื่อสูงขึ้นว่าเศรษฐกิจของไทยในอีก 3 เดือนข้างหน้าคงไม่แตกต่างจากที่เป็นอยู่ และเชื่อว่าแย่กว่าปีที่ผ่านมาลดลง

วัฒนธรรมประเพณีมีผลต่อพฤติกรรมคนไทย! หากพิจารณาพฤติกรรมของคนไทยในการใช้เวลาในช่วงวันหยุดเทศกาล นักขัตฤกษ์ หรือวันบุญต่างๆ พบว่า คนไทยยังให้ความสำคัญวัฒนธรรมและประเพณีดังกล่าว รวมทั้ง อาจจะใช้เวลาเพื่อการพักผ่อนจากการคร่ำเคร่งด้านการงาน รวมไปถึงความเครียดจากสถานการณ์ สิ่งแวดล้อม และการดำเนินชีวิตประจำวัน กล่าวคือ แม้ว่าถูกคุกคามและกลืนกินวัฒนธรรมจากชาติตะวันตกและทุนนิยม และวิกฤตการเมืองช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา คนไทยก็ยังมีพฤติกรรมตามประเพณีโดยออกไปทำบุญ หรือใช้เวลาพักผ่อนอยู่บ้าน หรือไปเยี่ยมผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตามพฤติกรรมของคนไทยในการใช้เวลากับกิจกรรมดังกล่าวสั้นกว่าสองปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจเป็นผลจากช่วงเทศกาลวันอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาไม่ใช่วันหยุดต่อเนื่องเหมือนเทศกาลสงกรานต์ก็เป็นไปได้

คนไทยมีความสุขหรือเปล่า? วิกฤตเศรษฐกิจของโลกและวิกฤตการเมืองของไทยรุนแรง คนไทยมีความมั่นใจต่อเศรษฐกิจและนโยบายในการแก้ปัญหาของรัฐบาลหรือไม่ อาจเป็นเรื่องรอง แต่ที่สำคัญคือ คนไทยมีความสุขหรือเปล่า…ผลการสำรวจพบว่า คนไทยส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 50 ของกลุ่มตัวอย่างเห็นว่า ปีนี้มีความสุขไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมา ขณะที่ประมาณร้อยละ 22 เห็นว่า มีความสุขมากกว่าปีที่ผ่านมา และประมาณร้อยละ 19 ยังคิดว่าปีที่แล้วมีความสุขมากกว่า

ผลสำรวจชี้สนับสนุนบทสรุปที่ว่า ความมั่นใจของคนไทยในสภาพปัจจุบันและอนาคตดีขึ้น และผ่อนคลายขึ้น! กล่าวคือ ความคาดหวังว่าครึ่งปีหลังระดับความสุขของคนไทยจะเป็นอย่างไรคาดว่าคนไทยน่าจะมีความสุขมากขึ้น ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีความสุขมากในปีนี้หรือปีผ่านมาก็ตาม อย่างน้อย 1 ใน 4 ของคนทั้ง 2 กลุ่ม คาดหวังว่าในครึ่งนี้หลังนี้คนไทยจะมีความสุขมากยิ่งขึ้น